4 เทคนิคง่ายๆ ใช้แอร์ช่วงฝนตก ให้เย็นสบาย ไม่อับชื้น และยืดอายุการใช้งาน

ช่วงหน้าฝน อากาศมักจะสวิงไปมาตลอดวัน ทั้งร้อน สลับฝนตก หรือลมพัดแรง
หลายคนอาจสงสัยว่า ในวันที่ฝนตกหนักและอากาศข้างนอกเริ่มเย็นลง เราควรเปิดและดูแลเครื่องปรับอากาศอย่างไรให้เหมาะสม ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และไม่สะสมเชื้อโรค

มาดูคำแนะนำการเปิดใช้งานแอร์ในฤดูฝนอย่างถูกวิธีกันครับ


1. ปรับอุณหภูมิให้ต่ำกว่าสภาพอากาศภายนอก

ในวันฝนตก อากาศรอบนอกมักจะเย็นกว่าปกติ หากเราเปิดแอร์ไว้ที่อุณหภูมิสูงเกินไป แอร์อาจเข้าใจว่าห้องเย็นพอแล้วจนคอมเพรสเซอร์หยุดทำงาน ทำให้ระบายความร้อนไม่ได้และไม่มีลมเย็นออกมา

คำแนะนำ: ควรตั้งอุณหภูมิลงมาให้อยู่ในช่วง 18 - 23 องศาเซลเซียส เพื่อกระตุ้นให้คอยล์ร้อนและระบบทำความเย็นทำงานได้ตามปกติ ช่วยให้ลมเย็นกระจายทั่วห้องอย่างสม่ำเสมอ

2. สลับมาใช้ "Dry Mode" เพื่อลดความชื้นสะสม

ปัญหาใหญ่ของหน้าฝนคือความชื้นในอากาศสูง ซึ่งส่งผลให้เหนอะหนะตัวและอึดอัดเวลานอน

คำแนะนำ: ใช้โหมดลดความชื้น (Dry Mode) เพื่อช่วยดูดความชื้นส่วนเกินในห้องออก ทำให้บรรยากาศโปร่งและหายใจสบายขึ้น และเมื่อรู้สึกว่าอากาศเริ่มแห้งพอดีแล้ว ก็สามารถกดสลับกลับมาใช้โหมดทำความเย็นปกติ (Cool Mode) ได้ทันที

3. เปิดระบบทำความสะอาดตัวเองอัตโนมัติ (Self-Cleaning)

สำหรับแอร์รุ่นใหม่ๆ มักจะมีฟังก์ชั่นเป่าแห้งหรือล้างคอยล์เย็นอัตโนมัติมาให้

คำแนะนำ: เปิดใช้วงจร Self-Cleaning หลังปิดใช้งานแอร์ ระบบจะช่วยเป่าไล่ความชื้นที่ค้างอยู่บริเวณคอยล์เย็น ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เชื้อรา และกลิ่นอับชื้นในช่วงฝนตก

4. หมั่นล้างแอร์สม่ำเสมอ ป้องกันเชื้อโรคสะสม

แม้อากาศภายนอกจะเย็นสบาย แต่หากเปิดแอร์ใช้งานเป็นประจำ ความชื้นสูงในฤดูฝนจะทำให้ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกหมักหมมได้ง่ายขึ้น

คำแนะนำ: ควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาล้างทำความสะอาดแอร์อย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน เพื่อกำจัดเชื้อโรค ป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ และช่วยยืดอายุการทำงานของเครื่องปรับอากาศให้ยาวนานยิ่งขึ้น